เคล็ดลับการเรียนดี เรียนอย่างไรให้เข้าใจ

เคล็ดลับเรียนดี

วันนี้ขอนำเสนอเคล็ดลับในการเรียนที่จะทำให้น้องๆเรียนด้วยความเข้าใจนะครับ  ไม่ว่าจะเรียนระดับมัธยม หรือ มหาลัย ก็นำไปใช้ได้ทั้งนั้น  ไม่จำเป็นต้องหัวไว  ไอคิวสูงหรอก  แค่เคล็ดลับง่ายๆ 5 ข้อเท่านั้น

  1. แบ่งเวลาให้เป็น   ต้องรู้ว่าเวลาไหนควรเรียน  เวลาไหนควรเล่น  แบ่งเวลาให้ถูกและเต็มที่กับทุกๆกิจกรรมที่กำลังทำ  จะเที่ยว ดูหนัง  เตะบอล ทำอะไรก็ไม่มีใครว่าหรอกครับ  ไม่มีใครมาว่ามาบังคับ  เราต้องแบ่งเวลาเอง
  2. อ่านก่อนเรียน  ลองอ่านหัวข้อเรื่องที่จะเรียนคร่าวๆ  ก่อนเข้าเรียน  จะช่วยให้เข้าใจได้เร็วขึ้น  ถ้าจะให้ดีอ่านรายละเอียดไปเลยยิ่งดี  แล้วหาจุดที่ไม่เข้าใจไว้  ถึงเวลาก็ถามอาจารย์ในเวลาเรียนให้เข้าใจ
  3. เรียนด้วยคำถามและทำความเข้าใจ  ยิ่งในการเรียนในระดับมหาวิทยาลัยด้วยแล้ว  สิ่งที่เรียนจะต้องรู้ให้ลึกเพื่อนำไปใช้ในการทำงานได้จริง  ดังนั้นอะไรที่ไม่เข้าใจจะต้องถามจนกระจ่าง  ผมเป็นคนนึงที่ชอบถามครับ  บางทีรู้แล้วแต่ถามให้เพื่อนรู้ด้วยก็มี  ยิ่งถ้าวิชาไหนได้อ่านมาก่อนเข้าห้องเรียนแล้วละก็  ผมจะสนุกกับการเรียนมาก  เพราะรู้ว่าอะไรที่ควรถาม  อะไรที่เรายังไม่รู้  แต่ถ้าวิชาไหนที่ไม่ได้อ่านไปก่อน  บางครั้งแค่ทำความเข้าใจตามที่อาจารย์สอนยังไม่ทันเลย 555 แล้วจะเอาอะไรไปถามอาจารย์ละ  การถามจะทำให้เรากระตือรือร้นในการเรียน  ไม่ง่วงไม่หลับ  และจะช่วยให้อาจารย์ถ่ายทอดความรู้มาให้เราได้ดียิ่งขึ้น  เพราะท่านจะรู้ว่าเราสนใจเรื่องอะไร  ไม่เข้าใจตรงไหน  อ่านจะได้ยกตัวอย่างในเรื่องนั้นมาอธิบายให้มากขึ้นเพื่อความเข้าใจของผู้เรียน
  4. จดบันทึก  สำคัญมากเลยครับ  พยายามจดบันทึกหัวข้อที่เรียน  หรือเทคนิคที่คิดว่ามันเจ๋ง  และมีโอกาสได้ใช้  แม้ว่าตอนเรียนเราจะเข้าใจแล้วก็ตาม  การจดบันทึกจะเป็นการย้ำความจำของเราอีกที  ถึงเรื่องที่เราได้เรียนไป  เมื่อเวลาผ่านไปเวลาย้อนกลับมาอ่านเช่น การอ่านเพื่อสอบปลายปี  แค่เราเห็นหัวข้อเราก็จะจำได้ง่ายว่าเรื่องที่เรียนเป็นเรื่องอะไรบ้าง
  5. ทำแบบฝึกหัดและทบทวน  หาเวลาในการทบทวนความรู้กับเพื่อนๆ  ด้วยการทายปัญหา  ตั้งคำถาม  เกี่ยวกับเรื่องที่เรียน  หรือตั้งประเด็นมาสักข้อ  เพื่อถกเถียงและเรียนรู้ร่วมกัน  ผมจะทำบ่อยครับ  โดยเฉพาะช่วงก่อนสอบ  เพราะมันจำง่ายกว่าตอนเรียนในห้องด้วยซ้ำครับ  แต่เมื่อมีประเด็นแล้วจะต้องหาคำตอบที่ดีให้ได้นะครับ  ไม่อย่างนั้นจะเป็นการถกเถียงกันโดยเสียเวลา  ไม่เกิดการเรียนรู้

ง่ายๆแค่นี้เอง  น้องๆลองเอาไปทำดูนะครับ  ดีไม่ดียังไง  มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

ขอบคุณภาพประกอบจาก www.rmutp.ac.th

Comments

comments

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *